News

Recent updates from Sera Clinic

Sera Maison

Sera Maison ของดีเรามีครบ แต่ฝีมือหมอทำให้ต่าง คัดทุกเครื่อง เลือกทุกโปร คิดมาเพื่อคุณ เลือกอย่างเข้าใจ ให้ “ใช่” ในแบบผิวคุณ จอง Online ได้ดีลฯลับ รวมแบรนด์ดัง รุ่นใหม่ก่อนใคร ที่ Sera Clinic โปรโมชั่นตั้งแต่วันนี้ - 30 กันยายน 69 ┏━━━━━━━━━━━━━━━┓ จ่ายด้วย Sera Wallet จ่ายน้อย แต่ได้มากกว่า ดับเบิ้ลความคุ้ม Join Us! SERA EXCLUSIVE ได้มากกว่าใครในทุกดีล ผ่อน 0% ไม่ต้องใช้บัตร รับ Cash Back 2% Top Up เข้า Sera Wallet ...อ่านเพิ่มเติม

Deusaderm คืออะไร? ถาม–ตอบทุกคำถามที่ควรรู้ก่อนทำ

Your Content Goes Here Deusaderm คืออะไร? ถาม–ตอบทุกคำถามที่ควรรู้ก่อนทำ Deusaderm คือคอลลาเจนชนิดฉีดที่ใช้ช่วยพยุงโครงสร้างผิว เติมเต็มริ้วรอยหรือร่องตื้น และฟื้นคุณภาพผิวให้ดูเรียบเนียนขึ้น โดยวัสดุหลักแตกต่างจากฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid หรือ HA ผลลัพธ์บางส่วนอาจสังเกตได้ทันทีจากคอลลาเจนที่เข้าไปพยุงบริเวณซึ่งฉีด และอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพผิวชัดขึ้นภายหลัง อย่างไรก็ตาม Deusaderm ไม่ได้เหมาะกับทุกปัญหา โดยเฉพาะใต้ตาคล้ำ ถุงใต้ตา หรือร่องลึกที่อาจมีสาเหตุต่างกัน จึงควรให้แพทย์ประเมินโครงสร้างใบหน้าและสภาพผิวก่อนทำทุกครั้ง ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่า Deusaderm เป็นเจลคอลลาเจนชนิดฉีดจากสุกรที่เลี้ยงในระบบ SPF หรือ Specific Pathogen Free ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์และเทคโนโลยี Cross-linking เพื่อเพิ่มความคงตัวของคอลลาเจน โดยรุ่น LIDO มีส่วนประกอบของ Lidocaine เพื่อลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างฉีด สรุปสั้น ๆ: Deusaderm เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ริ้วรอย ร่องตื้น หรือภาวะที่ผิวสูญเสียความแน่น โดยต้องการผลลัพธ์ที่ดูค่อยเป็นค่อยไปและไม่เน้นเพิ่มวอลลุ่มมากเหมือนฟิลเลอร์ แต่ความเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัญหา ตำแหน่งฉีด และการประเมินของแพทย์ Deusaderm คืออะไร? ...อ่านเพิ่มเติม

Pico ที่ Sera Clinic ดีไหม? เปิดวาร์ปมือวางงานผิว พร้อมราคา PicoPlus–PicoSure แบบจ่ายจบ

คำตอบสั้น ๆ: ทำไมหลายคนเลือกทำ Pico ที่ Sera Clinic? Sera Clinic เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำ Pico โดยเน้นการประเมินปัญหาผิวเป็นรายบุคคล ไม่ได้เลือกเครื่องหรือโหมดจากชื่อโปรโมชันเพียงอย่างเดียว เพราะที่คลินิกมีทั้ง PicoPlus และ PicoSure ให้แพทย์เลือกใช้ตามชนิดของเม็ดสี ความลึกของปัญหา สภาพผิว และเป้าหมายของแต่ละคน จุดที่แตกต่างคือแพ็กเกจแบบ Full Mode ซึ่งรวมการใช้หัวและโหมดที่เหมาะสมไว้ในราคาที่แจ้ง ไม่คิดค่าทายาชา ค่าดูแลหลังเลเซอร์ หรือค่าเพิ่มรายโหมดตามรายการในแพ็กเกจ พร้อมมีชุดดูแลผิวหลังทำกลับบ้าน ราคาโปรโมชันล่าสุดที่ได้รับคือ PicoPlus Full Mode ทดลองทำ 1 แถม 1 ราคา 7,500 บาท และ PicoSure Full Mode ทดลองทำ 1 แถม 1 ราคา 9,900 บาท โดยทั้งสองแพ็กเกจรับฟรีโปรแกรม Pico Lips ...อ่านเพิ่มเติม

Deusaderm ทำงานอย่างไร? ต่างจากฟิลเลอร์ HA ตรงไหน?

Deusaderm ทำงานอย่างไร? ต่างจากฟิลเลอร์ HA ตรงไหน? ถ้าคุณกำลังเปรียบเทียบว่าจะเลือก Deusaderm หรือ ฟิลเลอร์ HA แบบที่คุ้นเคย บทความนี้จะตอบทุกข้อสงสัยแบบตรง ๆ ตั้งแต่กลไกการทำงาน ผลลัพธ์ที่ต่างกัน ไปจนถึงว่าแบบไหนเหมาะกับผิวและเป้าหมายของคุณมากกว่ากัน เปรียบเทียบให้ดูชัดๆ Deusaderm VS Filler - ฟิลเลอร์ HA (Hyaluronic Acid Filler) คือสารเจลที่สังเคราะห์ขึ้นเพื่อเพิ่มปริมาตรและดึงน้ำเข้ามาในชั้นผิว ให้ผลทันทีหลังฉีด แต่ไม่ได้สื่อสารกับเซลล์ผิวหรือกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ พูดง่าย ๆ คือ เติม แต่ไม่สร้าง - Deusaderm (คอลลาเจนสด) คือ Injectable Collagen Gel ที่ทำจากคอลลาเจนบริสุทธิ์สูง มีโครงสร้างใกล้เคียงกับคอลลาเจนในผิวมนุษย์ เมื่อเข้าไปในชั้นผิวแล้วจะไม่แค่ เติม แต่ยัง สร้างและเสริม ด้วย ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้นจากข้างในอย่างต่อเนื่อง กลไกการทำงาน ต่างกันตรงไหน? - ฟิลเลอร์ HA ...อ่านเพิ่มเติม

5 สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด! หลังฉีดฟิลเลอร์

หลังฉีดฟิลเลอร์ ห้ามทำอะไร! 5 สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด ฉีดฟิลเลอร์เสร็จแล้ว แต่ยังไม่จบ หลังฉีดฟิลเลอร์ ห้ามทำอะไร สิ่งที่ควรทำ ใน 24–48 ชั่วโมงแรกหลังฉีดฟิลเลอร์มีผลต่อผลลัพธ์มากกว่าที่หลายคนคิด Sera Clinic รวบรวม 5 ข้อห้ามที่เจอบ่อยที่สุดจากประสบการณ์ดูแลลูกค้าหลายพันเคสทั่วประเทศ ทำผิดข้อเดียวก็อาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนออกจากตำแหน่ง บวมเกิน หรือผลลัพธ์ไม่เป็นธรรมชาติอย่างที่ตั้งใจไว้ ข้อ 1 ห้ามนอนคว่ำหรือนอนตะแคงทับจุดที่ฉีด ฟิลเลอร์ที่เพิ่งฉีดยังไม่ได้ยึดเกาะกับเนื้อเยื่ออย่างสมบูรณ์ การนอนทับหรือกดทับบริเวณนั้นอาจดันให้ฟิลเลอร์เคลื่อนออกจากตำแหน่งที่แพทย์วางไว้ ผลลัพธ์จะไม่เป็นธรรมชาติ และอาจทำให้ใบหน้าดูไม่สมมาตร แนะนำ: นอนหงายและยกหัวสูงเล็กน้อยในคืนแรก อย่างน้อย 4–6 ชั่วโมงหลังฉีด ข้อ 2 ห้ามออกกำลังกายหนักหรือเข้าซาวน่า ความร้อนและการไหลเวียนเลือดที่เพิ่มขึ้นระหว่างออกกำลังกายหนักอาจเร่งให้ฟิลเลอร์สลายตัวเร็วกว่าปกติ และเพิ่มความเสี่ยงบวมช้ำมากกว่าที่ควรเป็น นอกจากนี้เหงื่อยังอาจทำให้รูเข็มที่ยังไม่ปิดสนิทติดเชื้อได้ แนะนำ: งดออกกำลังกายหนัก ซาวน่า และอ่างน้ำร้อนอย่างน้อย 24–48 ชั่วโมง ข้อ 3 ห้ามนวดหรือกดบีบบริเวณที่ฉีด รู้สึกมีก้อนเล็กน้อยหลังฉีดแล้วพยายามนวดเองที่บ้าน นี่คือความผิดพลาดที่เจอบ่อยที่สุด ฟิลเลอร์ที่เพิ่งฉีดสามารถถูกดันออกจากตำแหน่งได้ง่ายมาก ทำให้ผลลัพธ์เสียและเกิดก้อนที่แก้ไขยากขึ้นหลายเท่า ...อ่านเพิ่มเติม

ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี? เจาะลึกความต่างของแต่ละแบรนด์ สำหรับจุดฉีดที่ต่างกัน [2026]

ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี? เจาะลึกความต่างของแต่ละแบรนด์ สำหรับจุดฉีดที่ต่างกัน คำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุดก่อนฉีดฟิลเลอร์คือ ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี คำตอบตรงๆ คือ ไม่มียี่ห้อที่ดีที่สุดสำหรับทุกจุด ฟิลเลอร์แต่ละแบรนด์ถูกออกแบบมาสำหรับจุดฉีดและปัญหาผิวที่ต่างกัน การเลือกแบรนด์ที่ถูกต้องคือความรู้ของแพทย์ ไม่ใช่การเลือกตามกระแสหรือตามที่เห็นรีวิวออนไลน์ บทความนี้ Sera Clinic จะอธิบายความต่างของแต่ละแบรนด์ตรงๆ เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูล สรุปเปรียบเทียบฟิลเลอร์แต่ละแบรนด์ 1. Juvederm ผู้ผลิต: Allergan / AbbVie เทคโนโลยี: Hyaluronic Acid + VYCROSS Technology เหมาะกับจุด: ริมฝีปาก โหนกแก้ม ร่องแก้ม ความรู้สึกหลังฉีด: นุ่ม ยืดหยุ่นดี เหมาะกับจุดที่ขยับบ่อย อยู่ได้นานแค่ไหน: 12–18 เดือน เป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั่วโลก มีหลายสูตรสำหรับแต่ละจุดโดยเฉพาะ 2. Restylane ผู้ผลิต: Galderma เทคโนโลยี: Hyaluronic Acid + NASHA Technology เหมาะกับจุด: ...อ่านเพิ่มเติม

หน้าเรียบ ยุบไว ยกนาน ทำไมโปรแกรม Oligio X ถึงเป็นคำตอบ

หน้าเรียบ ยุบไว ยกนาน ทำไม โปรแกรม Oligio X ถึงเป็นคำตอบ โปรแกรม Oligio X ยกกระชับมาหลายที่แล้วยังไม่ได้ผลที่ใจอยากได้ หรือเจ็บจนไม่กล้าลองอีกครั้ง? โปรแกรมOligio X ตอบโจทย์ทั้งสองข้อ เทคโนโลยี Micro-focused RF รุ่นใหม่ที่ส่งพลังงานแม่นยำกว่า เจ็บน้อยกว่า Ulthera และ Thermage อย่างเห็นได้ชัด แต่ผลลัพธ์การยกกระชับอยู่ได้นานในระดับเดียวกัน ทำเสร็จกลับบ้านได้เลย ไม่มีพักฟื้น โปรแกรมOligio X คืออะไร? โปรแกรมOligio X คือการรักษาด้วยคลื่น Micro-focused RF ที่ส่งพลังงานความร้อนลงไปยังชั้นผิวที่ต้องการยกกระชับโดยตรง โดยไม่ทำลายผิวชั้นนอก จุดต่างจากเครื่องยกกระชับทั่วไปคือระบบ Real-time Impedance Monitoring ที่ปรับพลังงานให้เหมาะกับผิวแต่ละจุดแบบอัตโนมัติ ทำให้เจ็บน้อยลงมากโดยที่ประสิทธิภาพในการยกและกระตุ้นคอลลาเจนยังคงเต็มที่ 3 เหตุผลที่โปรแกรมOligio X โดดเด่น เจ็บน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด ระบบ Real-time Impedance Monitoring ของโปรแกรมOligio ...อ่านเพิ่มเติม

ไม่มีหลุมสิว ทำโปรแกรม Sylfirm X Plus ได้ไหม?

ไม่มีหลุมสิว ทำโปรแกรม Sylfirm X Plus ได้ไหม? ทำได้ เพราะโปรแกรม Sylfirm X Plus ไม่ได้รักษาเฉพาะหลุมสิว หลายคนเข้าใจผิดว่าโปรแกรม Sylfirm X Plus เป็นเครื่องสำหรับหลุมสิวโดยเฉพาะ แต่จริงๆ แล้วตัวเครื่องรักษาได้หลายปัญหาพร้อมกัน ทั้งฝ้า รอยแดง รูขุมขนกว้าง และผิวที่ขาดความแข็งแรง คนที่ไม่มีหลุมสิวเลยก็เลือกทำได้ เพราะเป้าหมายคือผิวเรียบเนียนขึ้นและแข็งแรงขึ้น ไม่ใช่แค่ลดหลุม โปรแกรม Sylfirm X Plus รักษาอะไรได้บ้าง? โปรแกรม Sylfirm X Plus ใช้เทคโนโลยี Pulsed Wave และ Continuous Wave RF ส่งพลังงานลงไปยังชั้นผิวที่ต้องการรักษา ผลลัพธ์ที่ได้ครอบคลุมหลายปัญหาในครั้งเดียว ฝ้า >> โปรแกรม Sylfirm X Plus กดการสร้างเม็ดสีผิดปกติ ช่วยให้ฝ้าจางลงอย่างต่อเนื่องโดยไม่ทำร้ายผิวรอบข้าง รอยแดง >> ...อ่านเพิ่มเติม

โปรแกรม Sylfirm X Plus ต้องพักหน้าไหม?

โปรแกรม Sylfirm X Plus ต้องพักหน้าไหม? โดยทั่วไปไม่ต้องพักหน้า หลังทำโปรแกรม Sylfirm X Plus อาจมีรอยแดงเล็กน้อยประมาณ 1–2 วัน ซึ่งเป็นการตอบสนองปกติของผิวต่อพลังงาน RF ไม่ใช่ผลข้างเคียงที่น่ากังวล แต่งหน้าได้ทันทีและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติตั้งแต่วันแรกที่ทำ หลังทำโปรแกรม Sylfirm X Plus เป็นยังไง? ผิวจะรู้สึกอุ่นและอาจมีแดงเล็กน้อยทันทีหลังทำ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าผิวกำลังตอบสนองต่อพลังงาน RF ตามปกติ อาการเหล่านี้จะค่อยๆ จางลงเองภายใน 1–2 วัน โดยไม่ต้องทำอะไรพิเศษ ไม่มีบวม ไม่มีรอยแผล ไม่มีผิวลอก ต่างจากการทำ treatment ที่ผิวชั้นนอกอย่างสิ้นเชิง เพราะโปรแกรม Sylfirm X Plus ทำงานใต้ผิวโดยไม่ทำลายผิวชั้นบน ทำอะไรได้บ้างหลังโปรแกรม Sylfirm X Plus? 1. แต่งหน้าได้เลยทันที ไม่ต้องรอให้ผิวหายก่อน แต่งหน้าได้ทันทีหลังทำ แนะนำใช้สกินแคร์ที่อ่อนโยนในวันแรกเพื่อไม่ให้ผิวที่เพิ่งรับพลังงานมาถูกกระตุ้นเพิ่มโดยไม่จำเป็น 2. ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ไปทำงาน ...อ่านเพิ่มเติม

ทำไมบางคนทำโปรแกรมอัลเทอร่าแล้วหน้าไม่เปลี่ยนเลย?

ทำไมบางคนทำโปรแกรมอัลเทอร่า แล้วหน้าไม่เปลี่ยนเลย? ทำแล้วไม่เห็นต่าง ส่วนใหญ่ไม่ใช่เพราะเครื่องไม่ดี ปัญหาที่แท้จริงของโปรแกรมอัลเทอร่าที่ไม่ได้ผลมักมาจากสองเหตุผลหลักคือ พลังงานไม่ลงชั้นที่ควรลง หรือบางเคสคือไม่ได้ยิงจริง ทั้งสองกรณีนี้เกิดจากปัจจัยที่อยู่นอกเหนือตัวเครื่อง Ulthera ซึ่งหมายความว่าโปรแกรมอัลเทอร่าเครื่องเดียวกัน ตั้งค่าต่างกัน ผลลัพธ์ต่างกันได้มาก เหตุผลที่ 1 : พลังงานไม่ลงชั้นที่ควรลง โปรแกรมอัลเทอร่าหรือโปรแกรม Ulthera Prime ทำงานโดยส่งคลื่นอัลตราซาวนด์ลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยกรรมยกหน้าเข้าถึง ถ้าพลังงานลงถึงชั้นนี้ได้ถูกต้อง ผลลัพธ์จะชัดเจน แต่ถ้าแพทย์ตั้งความลึกผิด หรืออ่านชั้นผิวจาก imaging ไม่แม่น พลังงานอาจไปโดนแค่ผิวตื้น ชั้นที่ควรยกจริงไม่ได้รับพลังงานเลย หน้าก็แทบไม่เปลี่ยน ทั้งที่ยิงครบทุก line แล้ว นี่คือเหตุผลที่โปรแกรมอัลเทอร่าต้องอาศัยการอ่านชั้นผิว วางแผนความลึก และแนวช็อตจากแพทย์ก่อนทุกเคส ไม่ใช่แค่เปิดเครื่องแล้วยิง เหตุผลที่ 2 : โหมดเทรนนิ่งที่แทบไม่ปล่อยพลังงาน เครื่องโปรแกรม Ulthera Prime มีโหมดเทรนนิ่งในตัว ซึ่งออกแบบมาสำหรับฝึกแพทย์ใหม่ โหมดนี้แทบไม่ปล่อยพลังงานจริง บางกรณีพบว่ามีการใช้โหมดเทรนนิ่งกับลูกค้าจริงโดยที่ลูกค้าไม่รู้ ผลลัพธ์จึงเป็นศูนย์ ทั้งที่จ่ายเงินเต็มราคาสำหรับโปรแกรมอัลเทอร่าไปแล้ว ลูกค้าที่เจอปัญหานี้มักบอกว่า ทำแล้วไม่เจ็บเลย ซึ่งเป็นสัญญาณหนึ่งที่ควรตั้งคำถาม ...อ่านเพิ่มเติม