News

Recent updates from Sera Clinic

Deusaderm คืออะไร? ถาม–ตอบทุกคำถามที่ควรรู้ก่อนทำ

Your Content Goes Here Deusaderm คืออะไร? ถาม–ตอบทุกคำถามที่ควรรู้ก่อนทำ Deusaderm คือคอลลาเจนชนิดฉีดที่ใช้ช่วยพยุงโครงสร้างผิว เติมเต็มริ้วรอยหรือร่องตื้น และฟื้นคุณภาพผิวให้ดูเรียบเนียนขึ้น โดยวัสดุหลักแตกต่างจากฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid หรือ HA ผลลัพธ์บางส่วนอาจสังเกตได้ทันทีจากคอลลาเจนที่เข้าไปพยุงบริเวณซึ่งฉีด และอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพผิวชัดขึ้นภายหลัง อย่างไรก็ตาม Deusaderm ไม่ได้เหมาะกับทุกปัญหา โดยเฉพาะใต้ตาคล้ำ ถุงใต้ตา หรือร่องลึกที่อาจมีสาเหตุต่างกัน จึงควรให้แพทย์ประเมินโครงสร้างใบหน้าและสภาพผิวก่อนทำทุกครั้ง ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่า Deusaderm เป็นเจลคอลลาเจนชนิดฉีดจากสุกรที่เลี้ยงในระบบ SPF หรือ Specific Pathogen Free ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์และเทคโนโลยี Cross-linking เพื่อเพิ่มความคงตัวของคอลลาเจน โดยรุ่น LIDO มีส่วนประกอบของ Lidocaine เพื่อลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างฉีด สรุปสั้น ๆ: Deusaderm เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ริ้วรอย ร่องตื้น หรือภาวะที่ผิวสูญเสียความแน่น โดยต้องการผลลัพธ์ที่ดูค่อยเป็นค่อยไปและไม่เน้นเพิ่มวอลลุ่มมากเหมือนฟิลเลอร์ แต่ความเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัญหา ตำแหน่งฉีด และการประเมินของแพทย์ Deusaderm คืออะไร? ...อ่านเพิ่มเติม

Pico ที่ Sera Clinic ดีไหม? เปิดวาร์ปมือวางงานผิว พร้อมราคา PicoPlus–PicoSure แบบจ่ายจบ

คำตอบสั้น ๆ: ทำไมหลายคนเลือกทำ Pico ที่ Sera Clinic? Sera Clinic เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำ Pico โดยเน้นการประเมินปัญหาผิวเป็นรายบุคคล ไม่ได้เลือกเครื่องหรือโหมดจากชื่อโปรโมชันเพียงอย่างเดียว เพราะที่คลินิกมีทั้ง PicoPlus และ PicoSure ให้แพทย์เลือกใช้ตามชนิดของเม็ดสี ความลึกของปัญหา สภาพผิว และเป้าหมายของแต่ละคน จุดที่แตกต่างคือแพ็กเกจแบบ Full Mode ซึ่งรวมการใช้หัวและโหมดที่เหมาะสมไว้ในราคาที่แจ้ง ไม่คิดค่าทายาชา ค่าดูแลหลังเลเซอร์ หรือค่าเพิ่มรายโหมดตามรายการในแพ็กเกจ พร้อมมีชุดดูแลผิวหลังทำกลับบ้าน ราคาโปรโมชันล่าสุดที่ได้รับคือ PicoPlus Full Mode ทดลองทำ 1 แถม 1 ราคา 7,500 บาท และ PicoSure Full Mode ทดลองทำ 1 แถม 1 ราคา 9,900 บาท โดยทั้งสองแพ็กเกจรับฟรีโปรแกรม Pico Lips ...อ่านเพิ่มเติม

Mid Year Fest กลางปี สวยฉ่ำ

Mid Year Fest กลางปีแล้ว ผิวยังดรอปอยู่? Mid Year Fest บูสต์ขั้นสุด ไม่มีดรอป ครบทุกนวัตกรรมตัวท็อป พร้อมดีลผิวฉ่ำจัดเต็ม จอง Online คุ้มกว่า รีบบูสต์ก่อนดีลหมด! จอง Online ได้ดีลฯลับ รวมแบรนด์ดัง รุ่นใหม่ก่อนใคร ที่ Sera Clinic โปรโมชั่นตั้งแต่วันนี้ - 31 กรกฎาคม 69 ┏━━━━━━━━━━━━━━━┓ จ่ายด้วย Sera Wallet จ่ายน้อย แต่ได้มากกว่า ดับเบิ้ลความคุ้ม Join Us! SERA EXCLUSIVE ได้มากกว่าใครในทุกดีล ผ่อน 0% ไม่ต้องใช้บัตร รับ Cash Back 2% ...อ่านเพิ่มเติม

Deusaderm ทำงานอย่างไร? ต่างจากฟิลเลอร์ HA ตรงไหน?

Deusaderm ทำงานอย่างไร? ต่างจากฟิลเลอร์ HA ตรงไหน? ถ้าคุณกำลังเปรียบเทียบว่าจะเลือก Deusaderm หรือ ฟิลเลอร์ HA แบบที่คุ้นเคย บทความนี้จะตอบทุกข้อสงสัยแบบตรง ๆ ตั้งแต่กลไกการทำงาน ผลลัพธ์ที่ต่างกัน ไปจนถึงว่าแบบไหนเหมาะกับผิวและเป้าหมายของคุณมากกว่ากัน เปรียบเทียบให้ดูชัดๆ Deusaderm VS Filler - ฟิลเลอร์ HA (Hyaluronic Acid Filler) คือสารเจลที่สังเคราะห์ขึ้นเพื่อเพิ่มปริมาตรและดึงน้ำเข้ามาในชั้นผิว ให้ผลทันทีหลังฉีด แต่ไม่ได้สื่อสารกับเซลล์ผิวหรือกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ พูดง่าย ๆ คือ เติม แต่ไม่สร้าง - Deusaderm (คอลลาเจนสด) คือ Injectable Collagen Gel ที่ทำจากคอลลาเจนบริสุทธิ์สูง มีโครงสร้างใกล้เคียงกับคอลลาเจนในผิวมนุษย์ เมื่อเข้าไปในชั้นผิวแล้วจะไม่แค่ เติม แต่ยัง สร้างและเสริม ด้วย ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้นจากข้างในอย่างต่อเนื่อง กลไกการทำงาน ต่างกันตรงไหน? - ฟิลเลอร์ HA ...อ่านเพิ่มเติม

5 สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด! หลังฉีดฟิลเลอร์

หลังฉีดฟิลเลอร์ ห้ามทำอะไร! 5 สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด ฉีดฟิลเลอร์เสร็จแล้ว แต่ยังไม่จบ หลังฉีดฟิลเลอร์ ห้ามทำอะไร สิ่งที่ควรทำ ใน 24–48 ชั่วโมงแรกหลังฉีดฟิลเลอร์มีผลต่อผลลัพธ์มากกว่าที่หลายคนคิด Sera Clinic รวบรวม 5 ข้อห้ามที่เจอบ่อยที่สุดจากประสบการณ์ดูแลลูกค้าหลายพันเคสทั่วประเทศ ทำผิดข้อเดียวก็อาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนออกจากตำแหน่ง บวมเกิน หรือผลลัพธ์ไม่เป็นธรรมชาติอย่างที่ตั้งใจไว้ ข้อ 1 ห้ามนอนคว่ำหรือนอนตะแคงทับจุดที่ฉีด ฟิลเลอร์ที่เพิ่งฉีดยังไม่ได้ยึดเกาะกับเนื้อเยื่ออย่างสมบูรณ์ การนอนทับหรือกดทับบริเวณนั้นอาจดันให้ฟิลเลอร์เคลื่อนออกจากตำแหน่งที่แพทย์วางไว้ ผลลัพธ์จะไม่เป็นธรรมชาติ และอาจทำให้ใบหน้าดูไม่สมมาตร แนะนำ: นอนหงายและยกหัวสูงเล็กน้อยในคืนแรก อย่างน้อย 4–6 ชั่วโมงหลังฉีด ข้อ 2 ห้ามออกกำลังกายหนักหรือเข้าซาวน่า ความร้อนและการไหลเวียนเลือดที่เพิ่มขึ้นระหว่างออกกำลังกายหนักอาจเร่งให้ฟิลเลอร์สลายตัวเร็วกว่าปกติ และเพิ่มความเสี่ยงบวมช้ำมากกว่าที่ควรเป็น นอกจากนี้เหงื่อยังอาจทำให้รูเข็มที่ยังไม่ปิดสนิทติดเชื้อได้ แนะนำ: งดออกกำลังกายหนัก ซาวน่า และอ่างน้ำร้อนอย่างน้อย 24–48 ชั่วโมง ข้อ 3 ห้ามนวดหรือกดบีบบริเวณที่ฉีด รู้สึกมีก้อนเล็กน้อยหลังฉีดแล้วพยายามนวดเองที่บ้าน นี่คือความผิดพลาดที่เจอบ่อยที่สุด ฟิลเลอร์ที่เพิ่งฉีดสามารถถูกดันออกจากตำแหน่งได้ง่ายมาก ทำให้ผลลัพธ์เสียและเกิดก้อนที่แก้ไขยากขึ้นหลายเท่า ...อ่านเพิ่มเติม

ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี? เจาะลึกความต่างของแต่ละแบรนด์ สำหรับจุดฉีดที่ต่างกัน [2026]

ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี? เจาะลึกความต่างของแต่ละแบรนด์ สำหรับจุดฉีดที่ต่างกัน คำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุดก่อนฉีดฟิลเลอร์คือ ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี คำตอบตรงๆ คือ ไม่มียี่ห้อที่ดีที่สุดสำหรับทุกจุด ฟิลเลอร์แต่ละแบรนด์ถูกออกแบบมาสำหรับจุดฉีดและปัญหาผิวที่ต่างกัน การเลือกแบรนด์ที่ถูกต้องคือความรู้ของแพทย์ ไม่ใช่การเลือกตามกระแสหรือตามที่เห็นรีวิวออนไลน์ บทความนี้ Sera Clinic จะอธิบายความต่างของแต่ละแบรนด์ตรงๆ เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูล สรุปเปรียบเทียบฟิลเลอร์แต่ละแบรนด์ 1. Juvederm ผู้ผลิต: Allergan / AbbVie เทคโนโลยี: Hyaluronic Acid + VYCROSS Technology เหมาะกับจุด: ริมฝีปาก โหนกแก้ม ร่องแก้ม ความรู้สึกหลังฉีด: นุ่ม ยืดหยุ่นดี เหมาะกับจุดที่ขยับบ่อย อยู่ได้นานแค่ไหน: 12–18 เดือน เป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั่วโลก มีหลายสูตรสำหรับแต่ละจุดโดยเฉพาะ 2. Restylane ผู้ผลิต: Galderma เทคโนโลยี: Hyaluronic Acid + NASHA Technology เหมาะกับจุด: ...อ่านเพิ่มเติม

หน้าเรียบ ยุบไว ยกนาน ทำไมโปรแกรม Oligio X ถึงเป็นคำตอบ

หน้าเรียบ ยุบไว ยกนาน ทำไม โปรแกรม Oligio X ถึงเป็นคำตอบ โปรแกรม Oligio X ยกกระชับมาหลายที่แล้วยังไม่ได้ผลที่ใจอยากได้ หรือเจ็บจนไม่กล้าลองอีกครั้ง? โปรแกรมOligio X ตอบโจทย์ทั้งสองข้อ เทคโนโลยี Micro-focused RF รุ่นใหม่ที่ส่งพลังงานแม่นยำกว่า เจ็บน้อยกว่า Ulthera และ Thermage อย่างเห็นได้ชัด แต่ผลลัพธ์การยกกระชับอยู่ได้นานในระดับเดียวกัน ทำเสร็จกลับบ้านได้เลย ไม่มีพักฟื้น โปรแกรมOligio X คืออะไร? โปรแกรมOligio X คือการรักษาด้วยคลื่น Micro-focused RF ที่ส่งพลังงานความร้อนลงไปยังชั้นผิวที่ต้องการยกกระชับโดยตรง โดยไม่ทำลายผิวชั้นนอก จุดต่างจากเครื่องยกกระชับทั่วไปคือระบบ Real-time Impedance Monitoring ที่ปรับพลังงานให้เหมาะกับผิวแต่ละจุดแบบอัตโนมัติ ทำให้เจ็บน้อยลงมากโดยที่ประสิทธิภาพในการยกและกระตุ้นคอลลาเจนยังคงเต็มที่ 3 เหตุผลที่โปรแกรมOligio X โดดเด่น เจ็บน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด ระบบ Real-time Impedance Monitoring ของโปรแกรมOligio ...อ่านเพิ่มเติม

ไม่มีหลุมสิว ทำโปรแกรม Sylfirm X Plus ได้ไหม?

ไม่มีหลุมสิว ทำโปรแกรม Sylfirm X Plus ได้ไหม? ทำได้ เพราะโปรแกรม Sylfirm X Plus ไม่ได้รักษาเฉพาะหลุมสิว หลายคนเข้าใจผิดว่าโปรแกรม Sylfirm X Plus เป็นเครื่องสำหรับหลุมสิวโดยเฉพาะ แต่จริงๆ แล้วตัวเครื่องรักษาได้หลายปัญหาพร้อมกัน ทั้งฝ้า รอยแดง รูขุมขนกว้าง และผิวที่ขาดความแข็งแรง คนที่ไม่มีหลุมสิวเลยก็เลือกทำได้ เพราะเป้าหมายคือผิวเรียบเนียนขึ้นและแข็งแรงขึ้น ไม่ใช่แค่ลดหลุม โปรแกรม Sylfirm X Plus รักษาอะไรได้บ้าง? โปรแกรม Sylfirm X Plus ใช้เทคโนโลยี Pulsed Wave และ Continuous Wave RF ส่งพลังงานลงไปยังชั้นผิวที่ต้องการรักษา ผลลัพธ์ที่ได้ครอบคลุมหลายปัญหาในครั้งเดียว ฝ้า >> โปรแกรม Sylfirm X Plus กดการสร้างเม็ดสีผิดปกติ ช่วยให้ฝ้าจางลงอย่างต่อเนื่องโดยไม่ทำร้ายผิวรอบข้าง รอยแดง >> ...อ่านเพิ่มเติม

โปรแกรม Sylfirm X Plus ต้องพักหน้าไหม?

โปรแกรม Sylfirm X Plus ต้องพักหน้าไหม? โดยทั่วไปไม่ต้องพักหน้า หลังทำโปรแกรม Sylfirm X Plus อาจมีรอยแดงเล็กน้อยประมาณ 1–2 วัน ซึ่งเป็นการตอบสนองปกติของผิวต่อพลังงาน RF ไม่ใช่ผลข้างเคียงที่น่ากังวล แต่งหน้าได้ทันทีและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติตั้งแต่วันแรกที่ทำ หลังทำโปรแกรม Sylfirm X Plus เป็นยังไง? ผิวจะรู้สึกอุ่นและอาจมีแดงเล็กน้อยทันทีหลังทำ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าผิวกำลังตอบสนองต่อพลังงาน RF ตามปกติ อาการเหล่านี้จะค่อยๆ จางลงเองภายใน 1–2 วัน โดยไม่ต้องทำอะไรพิเศษ ไม่มีบวม ไม่มีรอยแผล ไม่มีผิวลอก ต่างจากการทำ treatment ที่ผิวชั้นนอกอย่างสิ้นเชิง เพราะโปรแกรม Sylfirm X Plus ทำงานใต้ผิวโดยไม่ทำลายผิวชั้นบน ทำอะไรได้บ้างหลังโปรแกรม Sylfirm X Plus? 1. แต่งหน้าได้เลยทันที ไม่ต้องรอให้ผิวหายก่อน แต่งหน้าได้ทันทีหลังทำ แนะนำใช้สกินแคร์ที่อ่อนโยนในวันแรกเพื่อไม่ให้ผิวที่เพิ่งรับพลังงานมาถูกกระตุ้นเพิ่มโดยไม่จำเป็น 2. ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ไปทำงาน ...อ่านเพิ่มเติม

ทำไมบางคนทำโปรแกรมอัลเทอร่าแล้วหน้าไม่เปลี่ยนเลย?

ทำไมบางคนทำโปรแกรมอัลเทอร่า แล้วหน้าไม่เปลี่ยนเลย? ทำแล้วไม่เห็นต่าง ส่วนใหญ่ไม่ใช่เพราะเครื่องไม่ดี ปัญหาที่แท้จริงของโปรแกรมอัลเทอร่าที่ไม่ได้ผลมักมาจากสองเหตุผลหลักคือ พลังงานไม่ลงชั้นที่ควรลง หรือบางเคสคือไม่ได้ยิงจริง ทั้งสองกรณีนี้เกิดจากปัจจัยที่อยู่นอกเหนือตัวเครื่อง Ulthera ซึ่งหมายความว่าโปรแกรมอัลเทอร่าเครื่องเดียวกัน ตั้งค่าต่างกัน ผลลัพธ์ต่างกันได้มาก เหตุผลที่ 1 : พลังงานไม่ลงชั้นที่ควรลง โปรแกรมอัลเทอร่าหรือโปรแกรม Ulthera Prime ทำงานโดยส่งคลื่นอัลตราซาวนด์ลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยกรรมยกหน้าเข้าถึง ถ้าพลังงานลงถึงชั้นนี้ได้ถูกต้อง ผลลัพธ์จะชัดเจน แต่ถ้าแพทย์ตั้งความลึกผิด หรืออ่านชั้นผิวจาก imaging ไม่แม่น พลังงานอาจไปโดนแค่ผิวตื้น ชั้นที่ควรยกจริงไม่ได้รับพลังงานเลย หน้าก็แทบไม่เปลี่ยน ทั้งที่ยิงครบทุก line แล้ว นี่คือเหตุผลที่โปรแกรมอัลเทอร่าต้องอาศัยการอ่านชั้นผิว วางแผนความลึก และแนวช็อตจากแพทย์ก่อนทุกเคส ไม่ใช่แค่เปิดเครื่องแล้วยิง เหตุผลที่ 2 : โหมดเทรนนิ่งที่แทบไม่ปล่อยพลังงาน เครื่องโปรแกรม Ulthera Prime มีโหมดเทรนนิ่งในตัว ซึ่งออกแบบมาสำหรับฝึกแพทย์ใหม่ โหมดนี้แทบไม่ปล่อยพลังงานจริง บางกรณีพบว่ามีการใช้โหมดเทรนนิ่งกับลูกค้าจริงโดยที่ลูกค้าไม่รู้ ผลลัพธ์จึงเป็นศูนย์ ทั้งที่จ่ายเงินเต็มราคาสำหรับโปรแกรมอัลเทอร่าไปแล้ว ลูกค้าที่เจอปัญหานี้มักบอกว่า ทำแล้วไม่เจ็บเลย ซึ่งเป็นสัญญาณหนึ่งที่ควรตั้งคำถาม ...อ่านเพิ่มเติม