โปรแกรม Oligio X vs โปรแกรม Doublo Gold ต่างกันตรงไหน?

ถ้ากำลังหาข้อมูลเรื่องยกกระชับหน้าแล้วลังเลระหว่าง โปรแกรม Oligio X กับ โปรแกรม Doublo Gold คำถามแรกที่หลายคนน่าจะสงสัยคือ สองตัวนี้ต่างกันตรงไหน และถ้าอยากให้กรอบหน้าชัด ผิวแน่น หรือแก้มดูยกขึ้น ควรเลือกตัวไหนดี?

ความจริงแล้ว ถึงแม้ทั้งสองโปรแกรมจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มหัตถการยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดเหมือนกัน แต่ เทคโนโลยีที่ใช้ต่างกันตั้งแต่พื้นฐานโปรแกรม Oligio X ใช้พลังงานในกลุ่ม Monopolar RF หรือคลื่นวิทยุ ขณะที่โปรแกรม Doublo Gold ใช้พลังงาน Micro-Focused Ultrasound หรือ MFU ซึ่งอยู่ในกลุ่มเทคโนโลยี HIFU

ดังนั้น การเปรียบเทียบสองตัวนี้ไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า “ตัวไหนแรงกว่า?” แต่ควรถามว่าปัญหาหลักของเราอยู่ที่ความไม่แน่นของผิว หรืออยู่ที่ความหย่อนในชั้นลึกมากกว่ากัน?เมื่อแยกจุดนี้ได้ การเลือกก็จะง่ายขึ้นมาก

โปรแกรม Oligio X คืออะไร?

โปรแกรม Oligio X เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงาน Radiofrequency หรือ RF ส่งพลังงานความร้อนเข้าสู่เนื้อเยื่อ เพื่อใช้ในแนวทางด้านความกระชับและการปรับคุณภาพของผิว

ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่า ระบบมี G Mode และ X Mode ซึ่งสามารถสลับรูปแบบการส่งพลังงานตามการใช้งาน รวมถึงมีระบบตรวจจับแรงกดและ Impedance แบบ Real-time เพื่อปรับการส่งพลังงานระหว่างทำ และมี Cooling System ที่ปล่อยความเย็นเป็นช่วง ๆ รวมถึงมี Final Cooling หลังปล่อยพลังงาน

โปรแกรม Doublo Gold คืออะไร?

โปรแกรม Doublo Gold ใช้เทคโนโลยี Micro-Focused Ultrasound หรือ MFU ซึ่งส่งพลังงาน Ultrasound แบบโฟกัสไปยังเนื้อเยื่อเป้าหมาย

ข้อมูลจากผู้ผลิต HIRONIC ระบุว่า โปรแกรม Doublo Gold ถูกออกแบบในกลุ่ม MFU System และสามารถส่งพลังงานไปยังชั้นลึกระดับ 3.0 และ 4.5 มิลลิเมตร รวมถึงระดับที่เกี่ยวข้องกับชั้น SMAS ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เทคโนโลยีประเภทนี้มักถูกนำมาใช้ในงานยกกระชับที่ต้องการเน้นโครงสร้างลึกมากขึ้น

พูดให้เข้าใจง่ายคือ ถ้าโปรแกรม Oligio X มีคาแรกเตอร์เด่นไปทาง “ทำให้ผิวแน่นและกระชับ” โปรแกรม Doublo Gold จะมีคาแรกเตอร์ที่ชัดกว่าในเรื่อง “ลงลึกเพื่อเน้นการยก” แต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนที่อยากยกต้องเลือก Ultrasound หรือทุกคนที่อยากกระชับต้องเลือก RF เพราะใบหน้าของแต่ละคนมีหลายปัจจัยร่วมกัน

โปรแกรม Oligio X vs โปรแกรม Doublo Gold
ต่างกันตรงพลังงาน

นี่คือความแตกต่างใหญ่ที่สุด โปรแกรม Oligio X ใช้ Radiofrequency หรือ RF โปรแกรม Doublo Gold ใช้ Micro-Focused Ultrasound หรือ MFU/HIFU

พลังงาน RF มีลักษณะของการสร้างความร้อนในเนื้อเยื่อในบริเวณที่พลังงานกระจายไป จึงมีบทบาทเด่นในเรื่องความแน่น ความกระชับ และการดูแลคุณภาพผิว ในขณะที่ MFU/HIFU จะโฟกัสพลังงานเป็นจุดในระดับความลึกที่กำหนด ทำให้สามารถออกแบบการรักษาเพื่อเน้นชั้นที่ลึกกว่าได้

ดังนั้น ถ้าถามว่า โปรแกรม Oligio X vs โปรแกรม Doublo Gold ต่างกันตรงไหน คำตอบแรกคือตัวหนึ่งเด่นเรื่อง RF และความแน่นของผิว อีกตัวเด่นเรื่อง Ultrasound และการยกในชั้นลึก

ถ้าอยาก “ผิวแน่นขึ้น” เลือกอะไร?

หากปัญหาที่เห็นชัดที่สุดคือผิวเริ่มไม่เฟิร์ม แก้มดูหลวมขึ้น ความแน่นของผิวลดลงกรอบหน้าเริ่มไม่คม แต่ไม่ได้มีความหย่อนมาก

โปรแกรม Oligio X เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากกว่า เพราะคาแรกเตอร์ของพลังงาน RF เหมาะกับโจทย์เรื่องความกระชับและความแน่นของผิวโดยเฉพาะคนที่ยังไม่ได้มีแก้มตกหรือความหย่อนในระดับมาก แต่เริ่มรู้สึกว่า “หน้าดูไม่เฟิร์มเหมือนเดิม” กลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องเลือกพลังงานที่ลงลึกที่สุดเสมอไป เพราะสิ่งที่อยากแก้อาจอยู่ที่คุณภาพและความแน่นของเนื้อเยื่อมากกว่า

ถ้าอยาก “เน้นยกกรอบหน้า” เลือกอะไร?

ถ้าปัญหาหลักคือแก้มล่างเริ่มตก กรอบหน้าเริ่มหาย เนื้อบริเวณด้านล่างดูหย่อน หรืออยากเน้นการยกในระดับลึก โปรแกรม Doublo Gold จะมีแนวทางที่ตรงกับโจทย์มากขึ้น เพราะ MFU สามารถส่งพลังงานเป็นจุดไปยังระดับ 3.0 และ 4.5 มิลลิเมตร ซึ่งผู้ผลิตระบุถึงการทำงานในระดับ SMAS ด้วย แต่กรอบหน้าไม่ชัดไม่ได้เกิดจาก “ความหย่อน” เสมอไป บางคนมีไขมันบริเวณแก้มล่างหรือใต้คางมาก บางคนมีโครงกระดูกที่ทำให้กรอบหน้าไม่ชัด หรือบางคนใบหน้าค่อนข้างตอบแต่ผิวหย่อนเล็กน้อย ดังนั้น การเห็นว่ากรอบหน้าไม่ชัดไม่ได้แปลว่าต้องยิงพลังงานชั้นลึกเหมือนกันทุกคน

ถ้าหน้ามีไขมันน้อย ควรเลือกแบบไหน?

คนที่หน้าเล็กและไขมันบนใบหน้าน้อยควรให้ความสำคัญกับการประเมินก่อนทำเป็นพิเศษเพราะเป้าหมายของคนกลุ่มนี้มักไม่ใช่การทำให้หน้าดูเล็กลงอีก แต่ต้องการเพียงเก็บความหย่อนและทำให้ผิวดูแน่นขึ้น

หากใช้พลังงานไม่เหมาะกับสภาพเนื้อเยื่อ หรือเน้นบางบริเวณมากเกินความจำเป็น ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่ตรงกับสิ่งที่ต้องการในบางเคส แพทย์อาจพิจารณาโปรแกรม Oligio X เพื่อเน้นความแน่นมากกว่าการลงพลังงานชั้นลึกจำนวนมาก

แต่บางคนแม้หน้าจะบาง ก็ยังมีความหย่อนในตำแหน่งที่เหมาะกับโปรแกรม Doublo Gold ได้เช่นกันจึงไม่สามารถเลือกจากคำว่า “หน้าอ้วน” หรือ “หน้าผอม” เพียงอย่างเดียว

โปรแกรม Oligio X vs โปรแกรม Doublo Gold ตัวไหนเจ็บกว่ากัน?

ความรู้สึกระหว่างทำค่อนข้างต่างกัน เพราะพลังงานคนละประเภทโปรแกรม Oligio X มี Cooling System ที่ปล่อยความเย็นระหว่างการส่งพลังงาน และมีระบบตรวจวัดเพื่อควบคุมการส่งพลังงานแบบ Real-time ตามข้อมูลของผู้ผลิต

ผู้รับบริการอาจรู้สึกถึงความอุ่นหรือความร้อนในแต่ละ Shot ตามระดับพลังงานและบริเวณที่ทำส่วนโปรแกรม Doublo Gold เป็นการส่ง Ultrasound ไปยังจุดเป้าหมายในระดับลึก ความรู้สึกจึงอาจออกมาในลักษณะจี๊ดหรือตึงลึกในบางตำแหน่ง โดยเฉพาะบริเวณที่อยู่ใกล้แนวกระดูก

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปว่าตัวไหน “เจ็บกว่า” สำหรับทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับพลังงาน จำนวน Shot บริเวณที่ทำ และระดับความไวของแต่ละบุคคล

โปรแกรม Oligio X vs โปรแกรม Doublo Gold ตัวไหนเห็นผลเร็วกว่ากัน?

สองโปรแกรมนี้ไม่ได้ให้การเปลี่ยนแปลงในรูปแบบเดียวกันพลังงาน RF สามารถทำให้ผู้รับบริการบางคนรู้สึกถึงความแน่นและความกระชับบางส่วนหลังทำ ขณะที่การเปลี่ยนแปลงด้านคอลลาเจนจะค่อย ๆ เกิดขึ้นตามเวลา

ส่วนพลังงาน MFU/HIFU จะมีทั้งการตอบสนองของเนื้อเยื่อจากพลังงานความร้อนและกระบวนการ Remodeling หลังทำ ทำให้ผลลัพธ์ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตามระยะเวลาเช่นกัน ดังนั้น ไม่ควรตัดสินเพียงว่า “ตัวไหนเห็นเร็วกว่า” แต่ควรดูว่าสิ่งที่เห็นนั้นเป็นผลลัพธ์ที่เราอยากได้หรือเปล่า คนที่อยากได้ผิวแน่นกับคนที่อยากเน้นยก อาจรู้สึกว่าความเปลี่ยนแปลงที่ “ดี” เป็นคนละแบบกันตั้งแต่ต้น

โปรแกรม Oligio X กับ โปรแกรม Doublo Gold ทำร่วมกันได้ไหม?

ในบางเคส แพทย์อาจพิจารณาใช้เทคโนโลยี RF และ Ultrasound ร่วมกัน เพราะแต่ละพลังงานตอบโจทย์คนละชั้นของปัญหา เช่น หากมีทั้ง ความหย่อนในชั้นลึกและผิวด้านบนเริ่มไม่แน่น การใช้เทคโนโลยีเพียงประเภทเดียวอาจไม่ใช่ทางเลือกเดียวเสมอไปแต่ไม่ได้หมายความว่า “ทำสองเครื่องดีกว่าหนึ่งเครื่อง” สำหรับทุกคน

ถ้ามีปัญหาเพียงเรื่องความแน่นของผิว การทำสองโปรแกรมอาจไม่จำเป็นหรือถ้าความหย่อนเป็นปัญหาหลัก การเน้นโปรแกรมที่ตรงกับชั้นปัญหาก่อนอาจเหมาะกว่าสิ่งสำคัญคือเลือกตามปัญหา ไม่ใช่เลือกตามจำนวนเครื่องที่ทำ

อายุเท่าไหร่ควรเลือกโปรแกรม Oligio X
หรือ โปรแกรม Doublo Gold?

ไม่มีตัวเลขอายุตายตัวคนอายุ 30 บางคนอาจมีแค่ผิวเริ่มไม่แน่น จึงมีแนวโน้มที่จะนำโปรแกรม Oligio X มาพิจารณามากกว่า

ขณะที่อีกคนในวัยเดียวกันอาจมีแก้มล่างเริ่มตกจากโครงสร้างและมีความหย่อนชัด จึงอาจต้องนำโปรแกรม Doublo Gold มาประเมินด้วยในวัย 40–50 ก็เช่นกัน อายุที่มากขึ้นไม่ได้แปลว่าต้องเลือกเครื่องที่ลงลึกที่สุดเสมอ เพราะบางคนมีปัญหาหลายชั้น ทั้งผิวไม่แน่น วอลลุ่มลดลง ไขมันเปลี่ยนตำแหน่ง และความหย่อนร่วมกัน ดังนั้น “ระดับความหย่อน” สำคัญกว่า “เลขอายุ”

อยากทำโปรแกรม Oligio X พระราม 9 ที่ไหนดี?

สำหรับคนกรุงเทพฯ ที่กำลังค้นหา โปรแกรม Oligio X พระราม 9 หรือยกกระชับ พระราม 9 สามารถเลือกเข้ามาปรึกษาที่ Sera Clinic สาขาพระราม 9 เพื่อประเมินว่าใบหน้าควรเน้นความแน่นของผิวหรือการยกในระดับลึก

อยากทำโปรแกรม Oligio X รัตนาธิเบศ ที่ไหนดี?

สำหรับคนในนนทบุรี รัตนาธิเบศ และพื้นที่ใกล้เคียงที่กำลังค้นหา โปรแกรม Oligio X รัตนาธิเบศ สามารถเลือก Sera Clinic สาขารัตนาธิเบศ เพื่อประเมินระดับความหย่อนก่อนเลือกโปรแกรม

อยากทำโปรแกรม Oligio X เชียงใหม่ ที่ไหนดี?

สำหรับคนเชียงใหม่ที่กำลังค้นหา โปรแกรม Oligio X เชียงใหม่ หรือยกกระชับ เชียงใหม่ สามารถเลือก Sera Clinic สาขาเชียงใหม่ เพื่อวางแผนตามโครงหน้า ความแน่นของผิว และบริเวณที่ต้องการเก็บกรอบหน้า

อยากทำโปรแกรม Oligio X พิษณุโลก ที่ไหนดี?

สำหรับคนพิษณุโลกและพื้นที่ใกล้เคียงที่กำลังค้นหา โปรแกรม Oligio X พิษณุโลก สามารถเลือก Sera Clinic สาขาพิษณุโลก โดยเฉพาะคนที่ยังไม่แน่ใจว่ากรอบหน้าไม่ชัดจากความหย่อนหรือปัจจัยอื่น สามารถเริ่มจากการประเมินก่อนได้

อยากทำโปรแกรม Oligio X สกลนคร ที่ไหนดี?

สำหรับคนสกลนครที่กำลังค้นหา โปรแกรม Oligio X สกลนคร สามารถเลือก Sera Clinic สาขาสกลนคร เพื่อประเมินว่าปัญหาหลักคือความไม่แน่นของผิวหรือความหย่อนในระดับที่ต้องเลือกพลังงานรูปแบบอื่นร่วมด้วย

อยากทำโปรแกรม Oligio X โคราช ที่ไหนดี?

สำหรับคนโคราชหรือนครราชสีมาที่กำลังค้นหา โปรแกรม Oligio X โคราช สามารถเลือก Sera Clinic สาขาโคราช เพื่อวิเคราะห์แก้มล่าง กรอบหน้า และความแน่นของผิวก่อนวางแผนจำนวน Shots

อยากทำโปรแกรม Oligio X ขอนแก่น ที่ไหนดี?

สำหรับคนขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียงที่กำลังค้นหา โปรแกรม Oligio X ขอนแก่น สามารถเลือก Sera Clinic สาขาขอนแก่น เพื่อประเมินว่าใบหน้าควรเน้นความเฟิร์ม ความกระชับ หรือจำเป็นต้องดูแลความหย่อนในชั้นลึกเพิ่มเติม

อยากทำโปรแกรม Oligio X อุดร ที่ไหนดี?

สำหรับคนอุดรธานีที่กำลังค้นหา โปรแกรม Oligio X อุดร สามารถเลือก Sera Clinic สาขาอุดร โดยแพทย์สามารถช่วยวิเคราะห์ว่าปัญหากรอบหน้าเกิดจากความหย่อน ไขมัน หรือคุณภาพผิวก่อนเลือกพลังงาน

อยากทำโปรแกรม Oligio X หาดใหญ่ ที่ไหนดี?

สำหรับคนหาดใหญ่ สงขลา และพื้นที่ภาคใต้ที่กำลังค้นหา โปรแกรม Oligio X หาดใหญ่ สามารถเลือก Sera Clinic สาขาหาดใหญ่ เพื่อประเมินระดับความหย่อนและวางแผนการยกกระชับให้เหมาะกับแต่ละใบหน้า

สรุป โปรแกรม Oligio X vs โปรแกรม Doublo Gold เลือกอะไรดี?

ถ้าจะจำความแตกต่างแบบง่ายที่สุด ถ้าโจทย์คือ “ผิวไม่แน่น อยากเฟิร์มและกระชับขึ้น” โปรแกรม Oligio X เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะใช้พลังงาน RF และมีจุดเด่นเรื่องการดูแลความแน่นของเนื้อเยื่อ

ถ้าโจทย์คือ “มีความหย่อน อยากเน้นยกในระดับลึกและเก็บกรอบหน้า”
โปรแกรม Doublo Gold เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะใช้ MFU/HIFU และสามารถส่งพลังงานไปยังระดับ 3.0 และ 4.5 มิลลิเมตร ซึ่งผู้ผลิตระบุถึงการทำงานในระดับ SMAS

แต่ถ้ามีทั้งสองปัญหา ไม่จำเป็นต้องตัดสินเองจากชื่อเครื่อง เพราะคำว่า “หน้าหย่อน” ของแต่ละคนไม่ได้เกิดจากชั้นเดียวกัน สำหรับคนที่สนใจโปรแกรม Oligio X สามารถเข้ามาปรึกษาที่ Sera Clinic ทั้ง 9 สาขา ได้แก่ พระราม 9, รัตนาธิเบศ, สกลนคร, พิษณุโลก, เชียงใหม่, โคราช, ขอนแก่น, อุดร และหาดใหญ่ เพื่อประเมินก่อนว่าใบหน้าของเราควรแก้ที่ชั้นไหน เพราะการเลือกเครื่องยกกระชับที่ดี ไม่ใช่เลือกตัวที่แรงที่สุด แต่คือเลือกพลังงานให้ตรงกับชั้นที่เป็นปัญหา

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Q : โปรแกรม Oligio X กับ โปรแกรม Doublo Gold เหมือนกันไหม?

A : ไม่เหมือนกัน โปรแกรม Oligio X ใช้พลังงาน RF ส่วนโปรแกรม Doublo Gold ใช้ Micro-Focused Ultrasound หรือ MFU/HIFU จึงมีรูปแบบการส่งพลังงานและชั้นเป้าหมายแตกต่างกัน

Q : ผิวไม่แน่นควรเลือกโปรแกรมไหน?

A : หากปัญหาหลักคือความแน่นและความกระชับของผิว โปรแกรม Oligio X เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ควรนำมาพิจารณา แต่ควรประเมินร่วมกับระดับความหย่อนจริง

Q : แก้มหย่อน กรอบหน้าไม่ชัดควรเลือกโปรแกรมไหน?

A : หากเกิดจากความหย่อนในระดับลึก โปรแกรม Doublo Gold ซึ่งใช้ MFU/HIFU อาจเป็นหนึ่งในตัวเลือก แต่กรอบหน้าไม่ชัดสามารถเกิดจากไขมันและโครงสร้างอื่นได้ จึงควรประเมินก่อนทำ

Q : โปรแกรม Oligio X มีระบบ Cooling ไหม?

A : มี ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่ามีทั้ง Repeat Cooling และ Final Cooling รวมถึงระบบตรวจจับแรงกดและ Impedance แบบ Real-time ระหว่างใช้งาน

Q : โปรแกรม Doublo Gold ลงลึกแค่ไหน?

A : ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุถึงการส่งพลังงาน MFU ในระดับ 3.0 และ 4.5 มิลลิเมตร รวมถึงการทำงานในระดับ SMAS

Q : โปรแกรม Oligio X กับ โปรแกรม Doublo Gold ทำพร้อมกันได้ไหม?

A : บางเคสสามารถนำเทคโนโลยี RF และ Ultrasound มาวางแผนร่วมกันได้หากมีปัญหาคนละชั้น แต่ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน ควรเลือกจากสภาพผิว ระดับความหย่อน และเป้าหมายของแต่ละเคส

สนใจโปรแกรมอื่นๆ คลิก
อยากปรึกษาคุณหมอ ? ทักเราเลย