รวมข้อมูลก่อนตัดสินใจทำ Thermage คืออะไร? ราคาเท่าไหร่? ทำกี่ครั้งถึงเห็นผล?
ถ้าคุณกำลังมองหาวิธียกกระชับผิวหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด ชื่อ Thermage หรือ เทอร์มาจ คงผ่านหูผ่านตามาบ้างแล้ว แต่หลายคนยังสงสัยว่าจริง ๆ แล้วมันทำงานอย่างไร ได้ผลจริงไหม และราคาเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม บทความนี้รวบรวมทุกข้อมูลที่คุณต้องรู้ก่อนตัดสินใจ อ่านจบแล้วตัดสินใจได้เลย
Thermage คืออะไร?
Thermage (เทอร์มาจ) คือเครื่องมือยกกระชับผิวแบบไม่ผ่าตัด ที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF – Radiofrequency) ยิงลึกลงไปถึง 3 ชั้นผิว ตั้งแต่ผิวชั้นบน หนังแท้ (Dermis) ไปจนถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous) เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่และสลายไขมันสะสมพร้อมกันในครั้งเดียว ผลที่ได้คือผิวหน้าที่ แน่น กระชับ เรียบเนียน หน้าเรียวขึ้น และดูอ่อนเยาว์ โดยไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น และสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติหลังทำเลย
ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?
เทอร์มาจ ไม่ได้ใช้ได้แค่บนใบหน้า แต่สามารถทำได้หลายบริเวณ ได้แก่
- ใบหน้า – ลดริ้วรอย ยกกระชับผิวหย่อนคล้อย ทำให้หน้าเรียวขึ้น
- รอบดวงตา – แก้ปัญหาเปลือกตาตก ถุงใต้ตา และรอยเหี่ยวรอบดวงตา
- คอและกราม – กระชับแนวกรอบหน้า ลดเหนียง
- หน้าท้อง – กระชับผิวหลังคลอดหรือผิวหย่อนจากน้ำหนักลด
- แขน ต้นขา เข่า และมือ – แก้ปัญหาผิวเหี่ยวย่น
เจ็บไหม? ขั้นตอนเป็นอย่างไร?
หลายคนกังวลเรื่องความเจ็บปวด ซึ่งเป็นเรื่องปกติมาก ขั้นตอนการทำ โดยทั่วไปมีดังนี้
- ปรึกษาและประเมินผิวโดยแพทย์ – แพทย์จะวิเคราะห์สภาพผิว ความหย่อนคล้อย และวางแผนการยิงพลังงานให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
- เตรียมผิวก่อนทำ – ทำความสะอาดผิวและติด Grid เพื่อกำหนดตำแหน่งยิงพลังงานอย่างแม่นยำ
- เริ่มทำ Thermage – แพทย์ยิงพลังงาน RF ลงสู่ทุกชั้นผิว ใช้เวลาประมาณ 45–90 นาที
- หลังทำ – สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตได้ทันที อาจมีรอยแดงเล็กน้อย แต่หายเองภายใน 1–2 ชั่วโมง
ระหว่างทำจะรู้สึก อุ่น ๆ ร้อน ๆ สั่น ๆ บนผิวหน้า โดยแพทย์จะสอบถามความรู้สึกเป็นระยะเพื่อปรับค่าพลังงานให้เหมาะสม โดยระดับที่เหมาะสมคือรู้สึกร้อนในระดับที่ทนได้ ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
Thermage ราคาเท่าไหร่?
ราคาเป็นหนึ่งในคำถามยอดฮิตที่สุด คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่
- จำนวน Shot (ช็อต) – ยิ่งช็อตมาก ยิ่งครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น ราคาก็สูงขึ้น
- รุ่นของเครื่อง – FLX แพงกว่า CPT
- บริเวณที่ทำ – หน้าทั้งหน้าแพงกว่าเฉพาะแก้มหรือรอบตา
- ประสบการณ์ของแพทย์และมาตรฐานคลินิก
ทำกี่ครั้งถึงเห็นผล? ผลอยู่ได้นานแค่ไหน?
หลังทำทันที – เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ประมาณ 20% จากการที่คอลลาเจนหดตัว ผิวดูกระชับขึ้นเล็กน้อย
เดือนที่ 2–3 – เห็นผลชัดเจนมากขึ้น เพราะร่างกายเริ่มสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง
เดือนที่ 3–6 – เห็นผลเต็มที่ ผิวแน่น กระชับ เรียบเนียน หน้าเรียวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ผลอยู่ได้นาน 1–2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิม อายุ และการดูแลตัวเองหลังทำ โดยทั่วไปแนะนำให้ทำซ้ำ ปีละ 1 ครั้ง เพื่อรักษาผลลัพธ์ไว้
ก่อนทำต้องเตรียมตัวอย่างไร?
- งดฉีดโบท็อกหรือฟิลเลอร์อย่างน้อย 1 เดือน ก่อนทำ เพราะความร้อนจาก Thermage อาจทำให้ผลลัพธ์ของโบท็อกและฟิลเลอร์เสื่อมเร็วขึ้น
- แจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัวหรืออยู่ระหว่างรับประทานยาบางชนิด
- ทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาด ไม่ต้องทาครีมหรือแต่งหน้า
หลังทำดูแลตัวเองอย่างไร?
- ทา มอยส์เจอไรเซอร์ และ ครีมกันแดด SPF สูง ทุกวัน
- งดหัตถการที่ใช้ความร้อนหรือเลเซอร์แรง ๆ ชั่วคราว ตามคำแนะนำแพทย์
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ พักผ่อนให้ครบ และดูแลสุขภาพโดยรวมเพื่อช่วยให้คอลลาเจนสร้างตัวได้ดี
สรุป Thermage คุ้มค่าไหม?
คุ้มค่าสำหรับคนที่ มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยปานกลางถึงมาก ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องผ่าตัด และไม่มีเวลาพักฟื้น แม้ราคาจะค่อนข้างสูง แต่เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่อยู่ได้ 1–2 ปีต่อครั้ง ถือว่าคุ้มค่ากว่าการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวทั่วไปที่ให้ผลช้าและไม่ชัดเจน
สิ่งสำคัญที่สุดคือ เลือกคลินิกที่ใช้เครื่องแท้ มี Serial Number ตรวจสอบได้ ใช้หัวทิปใหม่แกะกล่องต่อหน้า และทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์จริง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและคุ้มค่าที่สุด สนใจทำโปรแกรมเทอร์มาจ ทักสอบถามได้เลย